BEOGAMING

BEOGAMING : เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ( Virgil van Dijk )

BEOGAMING

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ( Virgil van Dijk ) กองหลังนักเตะลิเวอร์พูล

BEOGAMING : สถานการณ์ช่วงนี้ ของเหล่าสาวก เดอะค็อป นั้น ดูท่าจะไม่ดีเอาเสียเลย เมื่อทีมรักอย่าง หงส์แดงลิเวอร์พูล กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติครั้งยิ่งใหญ่ จากผลงานอันย่ำแย่ ในเกมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-2021  โดยฟอร์ม 5 นัดที่ผ่านมา เก็บได้เพียง 3 คะแนนเท่านั้น จากผลเสมอกับทีม เวสต์บรอมวิช,นิวคาสเซิล และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยแพ้ไปถึง 2นัด

ทำให้ตอนนี้ ลิเวอร์พูลซึ่งแข่งไป 19 นัด มี 34 แต้ม ตามหลังจ่าฝูง คู่รักคู่แค้นอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถึง 6 แต้มด้วยกัน ด้วยผลงานอันย่ำแย่นี้ ส่งผลให้เหล่า สาวกหงส์แดง อยู่ในอาการอกสั่นขวัญแขวน กันเกือบทั่วทั้งโลก BEO285

BEOGAMING : ปัจจัยหลัก ที่ทำให้สโมสรลิเวอร์พูล มีเส้นทางที่ยากลำบากนี้ คือ อาการบาดเจ็บ ของชุดผู้เล่นตัวหลัก ที่เกิดขึ้นพร้อมๆกัน และ มีแนวโน้มว่า อาการเหล่านี้ ต้องใช้เวลา ในการฟื้นตัวเป็นเวลานาน นั้น จึงทำให้ เจอร์เกน คล็อปป์ ต้องปรับเปลี่ยนหลายตำแหน่ง ในเกมการเล่น ของทัพหงส์แดง

ซึ่งปัญหาอันใหญ่ที่ควรต้องแก้ไขโดยด่วน คือ ตำแหน่งกองหลัง ซึ่งในขณะนี้ เซนเตอร์อาชีพตัวจริงที่เหลืออยู่จะเป็น โจเอล มาติป แต่รายนี้ มีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งบางครั้งก็ลงเล่นได้ไม่จบเกม ทำให้จุดนี้เอง เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน และ คนที่ คล็อปป์ ต้องการให้มากอบกู้ สถานการณ์โดยด่วน เห็นจะเป็นใครไปไม่ได้เลย

เขาคือกองหลัง ผู้ที่ทำสถิติ เป็นนักเตะลิเวอร์พูลที่ไม่เคยแพ้ในเกมพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์เลย โดยนับเป็นจำนวน 47นัดเข้าไปแล้ว เจ้าของสถิติสุดฮอตรายนี้คือ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ในช่วงที่เขาได้รับการบาดเจ็บหนักจากการเข้าปะทะกับ จอร์แดน พิคฟอร์ด ในศึก “เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์”ที่ผ่านมา เจอร์เก้น คล็อปป์ ถึงกับพูดออกมาว่า“จะรอเขาเหมือนภรรยา ที่รอสามีที่ติดคุก”นับว่ากองหลังชาวดัตช์รายนี้คือความหวังของหมู่บ้านจริงๆ

ซึ่งวันนี้ เราจะมาย้อนดู ว่าทำไม เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ถึงเป็นคนสำคัญ ของสโมสรได้ถึงขนาดนี้ กองหลังชาวดัตช์ เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1991 ณ เมือง เบรด้า ส่วนสูง 1.93เมตร หรือ6ฟุต 4นิ้ว ตำแหน่งกองหลังนักเตะพันธุ์แกร่งรายนี้ เริ่มเส้นทางอาชีพการค้าแข้ง ระดับเยาวชนกับ Willem II ในปี 2009 โดยเข้าใช้เวลาเพียงไม่นาน ก่อนจะย้ายไปอยู่กับทีมเยาวชนของ โกรนิงเก้น ในปี 2010 

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ตั้งใจฝึกซ้อมอย่างมีระเบียบวินัย และ พยายามมุ่งมั่นอย่างหนัก บนเส้นทางฟุตบอลของตัวเอง โดยในปี 2011 เขาถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่ ของสโมสรทันที เนื่องจากการฝึกซ้อม และ ฟอร์มอันยอดเยี่ยม เวอร์จิล ถูกวาง ให้เป็นกำลังหลัก ของสโมสรเรื่อยมา โดยตัวเขาเอง ก็ไม่ได้ทำให้ทีม ต้องผิดหวังแต่อย่างใด ซึ่งผลงานของเขานั้น  ไม่มีตกเลยแม้แต่น้อย จึงทำให้ทีมยักษ์ใหญ่ ในสก็อตแลนด์ สนใจ ดึงเขาไปร่วมทีม

ในปี 2013 เซลติก ยื่นทรัพย์สิน เพื่อสู่ขอกองหลังดาวรุ่งรายนี้ เข้าร่วมทีมด้วยค่าตัว 2.6ล้านปอนด์ เวอร์จิล ใช้เวลาปรับตัวไม่นาน เรียนรู้ระบบแบบแผน การเล่นของทีมได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ตัวเขานั้น ติดทีมยอดเยี่ยมสก๊อตติช พรีเมียร์ลีก และดูเหมือนชื่อเสียงของเขา เริ่มเป็นที่รู้จักกัน อย่างแพร่หลาย ในวงการลูกหนังมากยิ่งขึ้น ทำให้หลายๆทีมในยุโรป จ้องกันตาเป็นมัน

ในปี 2015 เป็นสโมสร นักบุญ เซาแธมป์ตัน ยื่นข้อเสนอจำนวน 13 ล้านปอนด์ กระชากกองหลังชาวดัตช์ เข้าร่วมทีมได้สำเร็จ เมื่อได้รับโอกาส มาวาดลวดลายบนลีก ที่มีการแข่งขัน ที่เข้มข้นขึ้น เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค พัฒนา และ ยกระดับตัวเองในทุกๆด้าน 

โดยเขามีส่วนสำคัญ ในการพาทีม นักบุญทะลุเข้าไปถึง รอบชิงชนะเลิศ ของศึกอีเอฟแอล คัพ ฤดูกาล 2016-17 แต่เป็นที่น่าเสียดาย เมื่อเขามีอาการบาดเจ็บรบกวน จึงทำให้ทีม เป็นฝ่ายพ่ายไปในที่สุด

แต่ด้วยฟอร์ม อันสุดแสนร้ายกาจนี้ ทำให้สโมสรระดับตำนาน อย่างลิเวอร์พูล ถูกใจเป็นอย่างมาก และ ลิสต์รายชื่อเขาไว้คนแรก ที่ต้องดึงมาเสริมทัพให้ได้ โดยหงส์แดง ถึงขึ้นยอมทุ่มเงินก้อนโต ถึง 75 ล้านปอนด์ เพื่อกระชากกองหลังสุดแกร่งรายนี้ เข้าร่วมทีม

ในปี 2018 การเข้ามาของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เปรียบเสมือนจิ๊กซอชิ้นสำคัญของสโมสรหงส์แดงเลยทีเดียว เพราะเปอร์เซ็นต์การเสียประตู ของหงส์แดงนั้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมี ฟาน ไดจ์ค อยู่ในสนาม และไม่ว่า เวอร์จิล จะยืนจับคู่กับใครในตำแหน่งแนวรับ เขาสามารถซัพพอร์ตเพื่อนร่วมทีมได้อยู่เสมอ เมื่อต้องตกอยู่สถานการณ์ ที่เสี่ยงต่อการเสียประตู

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ยกระดับเกมรับ ให้ลิเวอร์พูลได้อย่างชัดเจน จนได้รับคำชมจากเพื่อนร่วมทีม หรือแม้กระทั้งนักเตะระดับตำนานมากมาย ก็ชื่นชมในฝีเท้าของเขา การที่ลิเวอร์พูลได้แชมป์พรีเมียร์ลีกสุด ยิ่งใหญ่ในรอบ 30ปี หรือแม้กระทั่งถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก คงจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด เวอร์จิล เป็นส่วนสำคัญอย่างมาก ที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จ มาจวบจนทุกวันนี้

ซึ่งการเสียเขาไปในช่วงนี้ ทำให้ฟอร์มการเล่นของลิเวอร์พูลนั้น ดูดรอปลงอย่างชัดเจน สาวกเดอะค็อป คงได้แต่หวัง ให้ฮีโร่ผู้นี้ หายเจ็บ และ กลับมากอบกู้สถานการณ์ ให้กับทีมในเร็ววัน โดย ”พวกเราจะรอเขา เหมือนกับภรรยา ที่รอสามี”

อ้างอิงข้อมูลจาก : BEOGAMING

นำเสนอข้อมูลดีดีจาก : lacorteequipment.com